กศน.จัดประชุมวิชาการ รับฟังข้อเสนอแนะ เติมเต็ม “ร่างกฎหมายว่าด้วย การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต”

S 10977375

างสาววิเลขา ลีสุวรรณ รองเลขาธิการ กศน. เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการ ของสำนักงาน กศน. ปีงบประมาณ 2561 เรื่อง "ร่าง กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการศึกษาตลอดชีวิต" โดยได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ กิตติคุณ จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) บรรยายพิเศษ เรื่อง "ทิศทางการปฏิรูปการเรียนรู้ตลอดชีวิต" และ นายสุชัย งามจิตต์เอื้อ ผู้อำนวยการกองกฎหมายไทย สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา บรรยายพิเศษเกี่ยวกับเทคนิคการร่างกฎหมาย ณ ห้องอมรินทร์ โรงแรมเอสดี อเวนิว ปิ่นเกล้า กทม.

นางสาววิเลขา ลีสุวรรณ เปิดเผยว่า รัฐบาลมีความตระหนัก และเห็นความสำคัญในการปฏิรูปประเทศและการศึกษา ซึ่งเห็นได้จากเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 นโยบายรัฐบาล ร่างกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ และแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ซึ่งมีการดำเนินการกำหนดร่างแนวทางต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมาเป็นลำดับ รัฐบาล โดย กอปศ. เห็นว่าการเรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นเรื่องที่ต้องให้ประชาชนทุกช่วงวัยและผู้ด้อยโอกาส หรือผู้มีความเหลื่อมล้ำในสังคม ผู้ที่อยู่นอกระบบโรงเรียน ได้มีโอกาสในการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตในระบบการศึกษาเพื่อคุณวุฒิตามระดับ รูปแบบการศึกษานอกระบบ การศึกษาเพื่อการดำรงชีวิตและการศึกษาตามอัธยาศัยเพื่อให้ผู้รับบริการสามารถพัฒนาตนเอง ประกอบอาชีพหรือยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงาน กศน.ตระหนักถึงทิศทางและนโยบายดังกล่าว จึงกำหนดให้มีการปฏิรูปการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับประชาชนทุกช่วงวัยและกลุ่มเป้าหมายประชาชนที่อยู่นอกโรงเรียนให้ได้เรียนรู้ตลอดชีวิตตามเจตนารมณ์ดังกล่าว

รองเลขาธิการ กศน.กล่าวต่อไปว่า สำนักงาน กศน.ได้มีการขับเคลื่อนกฎหมายและกลไกในการจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับกลุ่มเป้าหมายข้างต้น โดยจัดทำร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษาตลอดชีวิต พ.ศ....” วางกลไกรองรับแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาให้บรรลุผล โดยมองถึงหัวใจสำคัญของการเรียนรู้ตลอดชีวิต คือ การพัฒนาให้คนไทย เป็น “บุคคลแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต” ซึ่งมีลักษณะสำคัญ คือ คุณลักษณะด้านนิสัยและพฤติกรรม ด้านเจตนารมณ์ ด้านทักษะ และด้านความรู้ประกอบกัน ทั้งนี้ สภาพเศรษฐกิจและสังคมปัจจุบันในยุคของข้อมูลข่าวสารเทคโนโลยี มีส่วนอย่างสำคัญในการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของระบบการศึกษา ตลาดแรงงาน อาชีพใหม่ การหลั่งไหลของข้อมูลความรู้มีอัตราการเติบโตสูงขึ้น ทั้งหมดนี้ ส่งผลให้เกิดแนวโน้มที่ชัดเจนเกี่ยวกับความจำเป็นของกระบวนการเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งรูปแบบการจัดการศึกษาแบบเก่าอาจไม่รองรับการสร้างอาชีพให้แก่คนรุ่นใหม่ได้อีกต่อไป ต้องมีการปรับตัวและพร้อมเรียนรู้ใหม่อยู่เสมอ ด้วยรูปแบบการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับยุคสมัย อาทิ หลักสูตรออนไลน์แบบเปิดสำหรับมวลชน หรือช่องทางการเรียนรู้อื่นๆ ภายใต้สื่อที่หลากหลาย โดยคนรุ่นใหม่มีโอกาสเลือกรูปแบบการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับตนเองได้    

การจัดประชุมครั้งนี้ เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และทิศทางการปฏิรูปประเทศของรัฐบาล ที่มุ่งให้ผู้บริหาร กศน.บุคลากร ภาคีเครือข่าย ตลอดจนประชาชนผู้รับบริการ ได้มีส่วนร่วมในการสะท้อนความคิดเห็นที่มีประโยชน์ต่อ “ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต พ.ศ....” ซึ่งความคิดเห็นจากทุกท่านในที่นี้ จะนำไปสู่การปรับปรุงสาระบัญญัติในร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นต่อไป น.ส.วิเลขา กล่าว

17961


 

 กลับสู่ด้านบน
ปรับปรุงล่าสุด : วันอังคารที่ 4 ธันวาคม 2561