บิ๊กน้อย ยกนิ้วโป้ง กศน.อีสานตอนบน ตอบโจทย์คนไทยไม่ทิ้งกัน

udorn0127
พลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นำคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่ตรวจติดตามการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ได้แก่ อุดรธานี หนองคาย หนองบัวลำภู เลย และบึงกาฬ ณ กศน.ตำบลโนนสูง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี โดยมี นายศรีชัย พรประชาธรรม เลขาธิการ กศน. รวมถึงผู้บริหารและบุคลากรในสังกัดให้การต้อนรับ และรายงานผลการดำเนินงาน ในเรื่องการขับเคลื่อนโครงการไทยนิยมยั่งยืน ด้วยชุมชนต้นแบบ โครงการสร้างเครือข่ายดิจิทัลชุมชน รวมถึงการแก้ไขปัญหาประชากรวัยเรียนที่อยู่นอกระบบ และรับฟังปัญหาอุปสรรคจากเครือข่ายการดำเนินงานในพื้นที่ และเยี่ยมชมนิทรรศการโดยรอบ โดยได้กล่าวชื่นชมถึงความตั้งใจในการทำงานของ กศน.ตอบโจทย์คนไทยไม่ทิ้งกัน
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ สำนักงาน กศน. กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 โดยนางนลินี ศรีสารคาม จันทร์ตรี ผู้อำนวยการ สำนักงาน กศน.จังหวัดอุดรธานี และคณะ ได้รายงานผลการขับเคลื่อนงานตามนโยบายของรัฐบาลด้านการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย โครงการไทยนิยมยั่งยืน สำนักงาน กศน.จังหวัด กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ซึ่งได้ดำเนินการขับเคลื่อน หมู่บ้านชุมชนหมู่บ้านชุมชนต้นแบบตามโครงการไทยนิยมยั่งยืนด้านการพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพด้านอาชีพ ดำเนินการ ได้ 420 หมู่บ้าน มีประชาชนเข้าร่วมโครงการ 327,656 คน จาก 94,799 ครัวเรือน โดยได้นำนิทรรศการจาก 5 จังหวัดมาแสดงในครั้งนี้ ดังนี้ สำนักงาน กศน.จังหวัดอุดรธานี “หมู่บ้านฮักมั่น อุดรธานี อยู่ดีมีแฮง” ได้คัดเลือกชุมชนบ้านหนาด อำเภอเพ็ญ เป็นหมู่บ้านชุมชนต้นแบบระดับจังหวัดด้านการพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพด้านอาชีพการทอผ้ามัดหมี่ย้อมครามธรรมชาติ ซึ่ง กศน.ร่วมกับภาคีเครือข่ายเข้าไปส่งเสริมและออกแบบการเรียนรู้ เพื่อถ่ายทอดการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์และเพิ่มศักยภาพการผลิต ด้วยการใช้วัตถุดิบและภูมิปัญญาดั้งเดิมของชุมชน มาเป็นต้นแบบที่มีอัตลักษณ์โดดเด่น, สำนักงาน กศน.จังหวัดหนองคาย นำเสนอชุมชนต้นแบบด้านการท่องเที่ยววิถีชุมชนและชุมชนต้นแบบด้านการท่องเที่ยววิถีชุมชนและชุมชนต้นแบบไทยนิยม ตามสภาพภูมิประเทศของพื้นที่ในรูปแบบหมู่บ้านโฮมสเตย์ กิจกรรมเด่น การล่องเรือท่องเที่ยวตามลำน้ำโขง ไหว้พระกลางลำน้ำโขง, สำนักงาน กศน.จังหวัดหนองบัวลำภู นำเสนอบ้านนาคำไฮ ต้นแบบที่มีความโดดเด่นเชิงประจักษ์ ตามโครงการโอท็อปวิถีชุมชนอยู่ดีมีสุข, สำนักงาน กศน.จังหวัดเลย นำเสนอชุมชนต้นแบบในเรื่องการดำเนินชีวิตตามวิถีไทย วิถีพอเพียง ภูมิปัญญาด้านศิลปวัฒนธรรมประเพณีของชาวไทดำและการทอผ้าลายต่าง ๆ โดยปราชญ์ชาวบ้าน ผู้สูงอายุ ด้านสำนักงาน กศน.จังหวัดบึงกาฬ นำเสนอชุมชนอยู่ดีมีสุขตามโครงการน้ำประปาเพื่อการเกษตร โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน
สำหรับโครงการการสร้างเครือข่ายดิจิทัลชุมชนระดับตำบล ได้ดำเนินการเพื่อพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิต ลดความเหลื่อมล้ำเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนพ้นจากความยากจนอย่างยั่งยืน โดยขยายผลการอบรมหลักสูตร e-Commerce /e-Marketing และการเปิดพื้นที่ให้สถานศึกษา กศน.อำเภอ และ กศน.ตำบล เป็นศูนย์จำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ออนไลน์ กศน. ผ่านเพจและเว็บไซต์ ต่าง ๆ เพื่อเป็นช่องทางในการประกอบอาชีพด้วยตนเอง ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์ของศูนย์จำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ออนไลน์ กศน. เน้นการมีอัตลักษณ์และความหลากหลายตามบริบทของพื้นที่ ที่ผ่านมาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีผู้ผ่านการอบรมดิจิทัลชุมชนรวม 13,049 คน อีกนโยบายสำคัญ คือการแก้ปัญหาประชากรวัยเรียนที่อยู่นอกระบบการศึกษา สำนักงาน กศน.กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 มีเป้าหมายที่จะนำประชากรวัยเรียนอายุระหว่าง 3-18 ปี เข้าสู่ระบบการศึกษา ด้วยการลงพื้นที่โดยใช้กลวิธี เคาะประตูบ้าน “รุกถึงที่ ลุยถึงถิ่น” จัดเก็บข้อมูล และวิเคราะห์ผู้เรียน เพื่อหาสาเหตุและความต้องการในการเรียนรู้ และส่งต่อหรือจัดหาที่เรียนให้แก่กลุ่มเป้าหมาย ซึ่งจากข้อมูลที่ดำเนินการสำรวจประชากรวัยเรียนที่อยู่นอกระบบการศึกษาในพื้นที่ทั้ง 5 จังหวัด มีการจัดเก็บข้อมูล จำนวน 76,967 ราย แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ 1) ประชากรที่พร้อมจำหน่ายออกจากฐานข้อมูล ได้แก่ ประชากรที่เข้าเรียนแล้วทั้งในระบบและนอกระบบการศึกษา 18,416 คน ไม่มีตัวตนในพื้นที่/เสียชีวิต 13,428 คน และจบการศึกษา ม.ปลาย/ปวช.หรือเทียบเท่า จำนวน 14,711 คน 2) ประชากรที่พร้อมนำเข้าสู่ระบบการศึกษา ที่จบ ม.3 แต่ยังไม่ได้เรียนต่อ 14,938 คน เด็กพิการ 1,979 คน เด็กปกติที่ไม่ได้เรียน 8,203 คน เด็กออกกลางคัน 5,292 คน
พลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวภายหลังรับฟังรายงานผลและปัญหาอุปสรรคจากเครือข่ายการดำเนินงานในพื้นที่การดำเนินงานกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ว่า กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงาน กศน. ได้ยกระดับในการเป็นแหล่งให้ความรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและรายได้ให้แก่คนในชุมชน อาทิ การพัฒนาธุรกิจการค้าออนไลน์, เพิ่มรายได้ให้กับสินค้าและผลิตภัณฑ์ในพื้นที่ รวมทั้งให้ความสำคัญกับเด็กตกหล่นที่ออกจากระบบการศึกษากลางคัน โดยให้ครู กศน. ลงพื้นที่สำรวจจำนวนเด็กตกหล่นอย่างใกล้ชิดแบบเคาะประตูบ้าน ซึ่งมีผลการดำเนินงานที่สามารถดึงเด็กตกหล่นให้กลับเข้ามาสู่ระบบการศึกษาได้มากขึ้น ตลอดจนมีความร่วมมือกับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ในการจัดทำบทเรียนการดูแลสุขภาพเพื่อให้ความรู้กับคนในชุมชนด้วย อย่างไรก็ตาม การได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนและภาคประชาสังคมในการเข้ามาช่วยกัน ทำให้การศึกษาเป็นอย่างที่ทุกภาคส่วนต้องการ ยังต้องอาศัยสิ่งสำคัญ คือ การสร้างการรับรู้ให้ถูกต้องอย่างทั่วถึง ซึ่งการแสดงความเห็นทำให้สะท้อนระดับความเข้าใจของคนในพื้นที่ กระทรวงศึกษาธิการก็มีภารกิจหลักในการเร่งสร้างการรับรู้ให้เกิดความเข้าใจโดยทั่วกัน ทั้งนี้ การจัดการศึกษาจะเข้มแข็งได้ ต้องมีแผน ความร่วมมือ ความพยายามร่วมกัน แม้จะปฏิเสธไม่ได้ว่าปัญหาด้านการศึกษาอาจจะยังมีอยู่ แต่เราต้องช่วยกันสร้างคนดี มีทักษะชีวิต และทักษะอาชีพ นอกจากเรียนเก่งและต้องเป็นคนดีด้วย โดยที่พ่อแม่ผู้ปกครองควรเข้ามามีส่วนร่วมและช่วยเหลือร่วมมือกับโรงเรียนให้มากขึ้นด้วย
จากการที่ตนได้รับการรายงานการทำงานของสำนักงาน กศน.กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ในครั้งนี้ เห็นว่ามีความเข้มแข็งมีการดำเนินงานจากที่ได้มอบหมายลงมา ทั้งเรื่องของชุมชนต้นแบบไทยนิยมยั่งยืน ซึ่งมีความก้าวหน้าจากต้นแบบระดับจังหวัด ขยายผลถึงระดับอำเภอ และในวันนี้ได้มอบหมายถึงระดับตำบล ซึ่งจะมีการประชุมประเมินกันในสิ้นเดือนธันวาคมนี้ ในการที่จะใช้เวลาดำเนินการในแต่ละพื้นที่ คาดว่า น่าจะใช้เวลาไม่นานนัก และคิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานในพื้นที่โอกาสต่อไป จากการติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล "การจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย" ของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ครั้งนี้ ตนค่อนข้างพึงพอใจมาก เพราะเกิดจาก ความร่วมมือในพื้นที่ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชน โดยวันนี้มีภาคประชาสังคมมาแสดงความคิดเห็นในภาคต่าง ๆ ถือว่าเป็นประโยชน์และเป็นความร่วมมือของผู้ที่ทำงานอยู่ในพื้นที่อย่างแท้จริง สุดท้ายนี้ ขอฝากข้อคิดในการปฏิบัติงานให้ทุกคนสามารถนำไปปฏิบัติได้ คือ "ริเริ่ม รวดเร็ว รอบคอบ รอบด้าน รายงาน" และ "เราจะทำ นำเพียรคิด จิตฝักใฝ่ หมั่นไตร่ตรอง" พลเอก สุรเชษฐ์ กล่าวในตอนท้าย

 

 กลับสู่ด้านบน
ปรับปรุงล่าสุด : วันอังคารที่ 4 ธันวาคม 2561